ข่าวประชาสัมพันธ์
» KSL ฟื้นไม่จริง กูรูจ่อปรับลดกำไร แนะขายทันทีที่ราคาพุ่ง
ขณะที่ KSL ได้ใบอนุญาตดำเนินโรงงานน้ำตาลในจังหวัดเลย ซึ่งการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นเป็นโอกาสดีในการ ขายหุ้นเพื่อทำกำไร เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ยังคงไม่เป็นบวก และคาดว่าน่าจะมีการปรับลดประมาณการกำไรจากตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ถือเป็นความจริงในด้าน กำไรของ KSL น่าจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากไม่มีผลขาดทุนจากการทำ hedging แต่แนวโน้มในปี 2554 ยังคงมีความไม่ชัดเจน ผลกระทบจากการมีผลผลิตน้ำตาลที่ลดลง และกำไรจากเอทานอลที่อ่อนแอ เนื่องจากราคากากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น และปริมาณขายเอทานอลที่ไม่เติบโต ส่งผลให้กำไรงวด ครึ่งปีหลังจะมีจำนวนน้อยกว่า 400 ล้านบาท ถึงแม้ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 52%จากปีก่อน และ 22% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงไม่เพียงพอที่จะทำให้กำไรทั้งปีเติบโตเป็นบวกได้ โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรของ KSL จะมีจำนวน 600 ล้านบาทในปีนี้ ลดลง 33% จากปี 2009 และต่ำกว่าประมาณการปัจจุบันและconsensus ราว 42%
สำหรับปี 2554 แม้ว่า KSL จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 23% จากโรงงานที่บ่อพลอย แต่กำไรของบริษัทฯ ก็ยังคงมีแนวโน้มที่ไม่ชัดเจนอยู่ ภาวะแห้งแล้งในประเทศไทยน่าจะทำให้ผลผลิตอ้อยตกต่ำ และทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากน้ำตาลลดลง ในขณะเดียวกันโรงงานที่ลาว และกัมพูชา ก็ยังคงไม่คุ้มทุน นอกจากนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการคาร์บอน เครดิต ยังคงล่าช้าออกไป เนื่องจากต้องกลับมาทำขั้นตอนการตรวจสอบใหม่ ตลาดคาดว่า KSL จะมีกำไร 1.2 พันลบ. ผู้บริหารมองว่าเป็นระดับที่สูงเกินไปส่วนใบอนุญาตใหม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนในระยะกลาง-ยาว KSL ยังคงวุ่นวายกับโรงงานที่บ่อพลอย และโครงการเพาะปลูกที่ลาว และกัมพูชา ผู้บริหารคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจากปัจจุบันกว่าโครงการใหม่จะเริ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่แน่ใจว่าจะมีอุปทานอ้อยมากพอหรือไม่ เนื่องจาก 12 ใบอนุญาตใหม่ที่มีในเวลานี้ จะทำให้กำลังการผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้น 29% จากปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน KSL มีมูลค่าแพง ซื้อขายที่ระดับ P/E ที่สูงกว่า 20 เท่า ขณะที่กำไรมีความเป็นไปได้ที่จะลดลง 33% ในปีนี้ และแนวโน้มกำไรในปีหน้ายังคงไม่ชัดเจน นอกจากนี้ dividend yield ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าสนใจที่ระดับต่ำกว่า 2% อีกด้วย
ที่มา : ทันหุ้น วันที่ 24 มิถุนายน 2553
