ข่าวอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย

25 มิถุนายน 2555 / อ่าน 1976 ครั้ง

» ชาวไร่อ้อยเฮ! ขยายสินเชื่อซื้อรถเพิ่ม

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบขยายวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อรถตัดอ้อยวงเงิน 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดวงเงินสนับสนุนไว้เพียง 1,000 ล้านบาท เนื่องจากชาวไร่และโรงงานได้เสนอคำขอกู้เข้ามาใหม่สูงถึง 310 คันวงเงิน 2,500 ล้านบาท โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการบริหารอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานอนุมัติเร็วๆ นี้

ทั้งนี้เดิมโครงการมีวงเงินสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% กำหนดระยะเวลาคืนภายใน 6 ปี โดยจะจัดสรรให้โรงงานหรือชาวไร่
ตามโควตาการผลิตน้ำตาลโดยต้องนำไปซื้อในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งการเพิ่มวงเงินดังกล่าวนำมาจาก 3 ส่วนคือ ส่วนที่เหลือ
จากเงินเดิม 1,000 ล้านบาทที่ปล่อยกู้ไปแล้วประมาณ 400 ล้านบาท รถจำนวน 60 คัน ส่วนที่ 2 ดึงมาจากโครงการสินเชื่อเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง 1,000 ล้านบาทจากวงเงิน 2,000 ล้านบาท และส่วนที่ 3 คือเงินจากสภาพคล่องของกองทุนอ้อยฯ 1,000 ล้านบาท

“ค่าแรงชาวไร่อ้อยได้รับเกิน 300 บาทต่อวันอยู่แล้ว ดังนั้นการขึ้นค่าแรงจะไม่มีผลกระทบมากแต่ปัญหาคือ การขาดแคลนแรงงานมากกว่า
รถตัดอ้อยจึงเป็นคำตอบในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเราจะเร่งให้ทันในฤดูการผลิตปี 2555/56 ที่คาดว่าจะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบ
ถึง 100 ล้านตันได้” นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่กองทุนฯ ให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษา ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ทุกอย่างยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากทุกฝ่ายยังเห็นด้วยกับรูปแบบเดิม โดยเฉพาะระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่และโรงงานหรือระบบ 70:30

“รายงานของ TDRI จะเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ ผมมองว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเพราะทุกฝ่ายยังพึงพอใจอยู่โดยเฉพาะระบบหุ้นส่วน” นายประเสริฐ กล่าว

นายเจษฎา ศรศึก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่าง
วันที่ 8-12 ก.ค.55 บีโอไอจะจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการจีน โดยกำหนดเป้าหมายเชื่อมโยงการลงทุนที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร พลังงานทดแทน อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางการเกษตร ไฮไลท์สำคัญจะมีการจัดสัมมนาให้ผู้ประกอบการจีน ทราบถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย และจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตร การใช้พลังงานทดแทนที่ใช้เทคโนโลยีจากการเกษตรเพื่อลดต้นทุน
การผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในอนาคต

“ลักษณะภูมิประเทศของอู่ฮั่นที่เป็นภูเขา และเนินเขา ประชาชนส่วนใหญ่จึงทำอาชีพเกษตรกรรมคล้ายคลึงกับไทย บีโอไอจึงเห็นโอกาส
ที่จะสร้างเครือข่ายการลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ การแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ที่ทำให้จีนผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรพันล้านคน”

จาก http://www.banmuang.co.th  วันที่ 20 มิถุนายน 2555